ภาษี.. พาเสีย (อารมณ์..!)
ชุมชนที่ สุรพล อยู่ ไม่ถึงกับกันดารไกลปืนเที่ยง แต่ก็ไม่ได้รุ่งเรืองขนาดที่จะมีร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงมาเปิดเป็นคู่แข่ง
ลูกค้าจำนวนไม่น้อยเป็นประเภท เซ็นไว้ก่อน รอมาจ่ายตอนสิ้นเดือน หรือไม่ก็ ชักดาบ หนีไปเซ็นร้านอื่น ไม่มาให้เห็นหน้ากันอีกเลย..
สุรพล เล่าว่า ตอนแรกสรรพากรมานั่งเฝ้าหน้าร้านอยู่สองวันเต็ม ๆ แล้วประเมินว่ามีรายได้เดือนละ 50,000 บาท เจรจาต่อรองกันในที่สุดลดลงมาเหลือ 10,000 บาท และเขาต้องเสียภาษีแบบเหมาจ่ายปีละ 1,600 บาท ขณะที่ร้านอื่น ๆ ในหมู่บ้าน ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ส่วนใหญ่จ่ายแค่ปีละ 400..!
ฟัง สุรพล เล่ามาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ ก็กำลังจะอ้าปากร่วมวงบริภาษสรรพากรด้วยหัวอกอันเดียวกัน..
ถ้ามีการสำรวจจัดอันดับหน่วยงานราชการที่ประชาชนเกลียดที่สุด ต้องยอมรับว่า สรรพากร น่าจะมาเป็นอันดับต้น ๆ แต่ถ้าเอาหลักธรรมาภิบาลมาจับ สงสัยสรรพากรจะหนีไม่พ้นสอบตกได้อันดับบ๊วย ๆ แน่นอน
แม้ประชาชนจะตระหนักดีว่า เงินภาษีอากรที่เราจ่ายไปนั้น ก็เพื่อนำไปพัฒนาชาติบ้านเมือง แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ทีคนอื่นมันรวยกว่าเรา มันกอบโกยมากกว่าเรา กลับมีช่องทางยกเว้นภาษีได้มากมาย..
นอกจากกฎหมายยกเว้นภาษีให้คนกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ เช่นที่อ้างว่า เพื่อสนับสนุนการส่งออก , เพื่อส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้น , ส่งเสริมการออม , เพื่อจูงใจต่างชาติเข้ามาลงทุน ฯลฯ แล้ว
หลายครั้งเราได้เห็นช่องโหว่ที่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ ใช้วิจารณญาณ รู้เห็นเป็นใจ รีดไถเอาจากคนบางกลุ่ม แต่ก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับอีกกลุ่ม เลยยิ่งทำให้จงเกลียดจงชังสรรพากรมากขึ้น..
กรณีของภาษีที่เก็บจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ เป็นตัวอย่างของข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ไร้ประสิทธิภาพ ขาดความเป็นธรรม และขัดต่อหลักธรรมาภิบาล อย่างชัดเจนที่สุด
กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่มีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งเท่ากับว่าในภาวะที่ดอกเบี้ยออมทรัพย์เพียง 0.5 % ต่อปีเช่นนี้ ต้องมีเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ถึง 4 ล้านบาท จึงจะต้องเสียภาษี
แต่สรรพากรก็รู้ดีว่ากฎหมายมีช่องโหว่ ที่คนอาจจะแยกเงินฝากออกเป็นหลายบัญชี หลายธนาคาร เพื่อไม่ให้แต่ละบัญชีมีดอกเบี้ยถึง 20,000 บาท จะได้ไม่ต้องเสียภาษี
สรรพากรจึงสั่งให้ธนาคารพาณิชย์หักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยไว้ทุกบัญชี แล้วให้เจ้าของเงินมาขอคืนภาษีภายหลัง
ลูกค้าจำนวนไม่น้อยเป็นประเภท เซ็นไว้ก่อน รอมาจ่ายตอนสิ้นเดือน หรือไม่ก็ ชักดาบ หนีไปเซ็นร้านอื่น ไม่มาให้เห็นหน้ากันอีกเลย..
สุรพล เล่าว่า ตอนแรกสรรพากรมานั่งเฝ้าหน้าร้านอยู่สองวันเต็ม ๆ แล้วประเมินว่ามีรายได้เดือนละ 50,000 บาท เจรจาต่อรองกันในที่สุดลดลงมาเหลือ 10,000 บาท และเขาต้องเสียภาษีแบบเหมาจ่ายปีละ 1,600 บาท ขณะที่ร้านอื่น ๆ ในหมู่บ้าน ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ส่วนใหญ่จ่ายแค่ปีละ 400..!
ฟัง สุรพล เล่ามาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ ก็กำลังจะอ้าปากร่วมวงบริภาษสรรพากรด้วยหัวอกอันเดียวกัน..
แต่ประโยคที่เพื่อนเจ้าของร้านชำเล็ก ๆ นอกตัวอำเภอห่างไกล เอ่ยตามออกมา เล่นเอาอึ้งไปทั้งวงสนทนา..
สุรพล บอกว่า เราก็ให้เขาไปปีละพันหก พอจ่ายได้ คิดว่าช่วยประเทศชาติ..!!!ถ้ามีการสำรวจจัดอันดับหน่วยงานราชการที่ประชาชนเกลียดที่สุด ต้องยอมรับว่า สรรพากร น่าจะมาเป็นอันดับต้น ๆ แต่ถ้าเอาหลักธรรมาภิบาลมาจับ สงสัยสรรพากรจะหนีไม่พ้นสอบตกได้อันดับบ๊วย ๆ แน่นอน
แม้ประชาชนจะตระหนักดีว่า เงินภาษีอากรที่เราจ่ายไปนั้น ก็เพื่อนำไปพัฒนาชาติบ้านเมือง แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ทีคนอื่นมันรวยกว่าเรา มันกอบโกยมากกว่าเรา กลับมีช่องทางยกเว้นภาษีได้มากมาย..
นอกจากกฎหมายยกเว้นภาษีให้คนกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ เช่นที่อ้างว่า เพื่อสนับสนุนการส่งออก , เพื่อส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้น , ส่งเสริมการออม , เพื่อจูงใจต่างชาติเข้ามาลงทุน ฯลฯ แล้ว
หลายครั้งเราได้เห็นช่องโหว่ที่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ ใช้วิจารณญาณ รู้เห็นเป็นใจ รีดไถเอาจากคนบางกลุ่ม แต่ก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับอีกกลุ่ม เลยยิ่งทำให้จงเกลียดจงชังสรรพากรมากขึ้น..
กรณีของภาษีที่เก็บจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ เป็นตัวอย่างของข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ไร้ประสิทธิภาพ ขาดความเป็นธรรม และขัดต่อหลักธรรมาภิบาล อย่างชัดเจนที่สุด
กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่มีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งเท่ากับว่าในภาวะที่ดอกเบี้ยออมทรัพย์เพียง 0.5 % ต่อปีเช่นนี้ ต้องมีเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ถึง 4 ล้านบาท จึงจะต้องเสียภาษี
แต่สรรพากรก็รู้ดีว่ากฎหมายมีช่องโหว่ ที่คนอาจจะแยกเงินฝากออกเป็นหลายบัญชี หลายธนาคาร เพื่อไม่ให้แต่ละบัญชีมีดอกเบี้ยถึง 20,000 บาท จะได้ไม่ต้องเสียภาษี
สรรพากรจึงสั่งให้ธนาคารพาณิชย์หักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยไว้ทุกบัญชี แล้วให้เจ้าของเงินมาขอคืนภาษีภายหลัง
Add your comment
ประเภท
หัวข้อข่าว (Headlines) ข่าวเด่น (Top Stories) การเมือง (Politics) สังคม (Society) ต่างประเทศ (World) ข่าวเอเชีย (Asia) เศรษฐกิจ-ธุรกิจ (Business) อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) กีฬา (Sports) วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science&Technology) บันเทิง (Entertainment) ข่าวซุบซิบ (Gossip) ศิลปะและวัฒนธรรม (Art&Culture) ไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) พากิน & พาเที่ยว (Going Out) ท่องเที่ยว (Travel) ที่พัก (Hotel & Resort) โปรโมชั่น (Promotion) ช็อบปิ้ง (Shopping) ความงาม & แฟชั่น (Beauty & Fashion) ความรัก & ความสัมพันธ์ (Romance) บ้าน & สวน (Home & Garden) ยานยนต์ (Automobiles) สุขภาพ (Health) การศึกษา (Education) ข่าวเยาวชน (Youth) อาชญากรรม (Crime & Law) นานาทัศนะ (Opinion) ภูมิภาค (Region) เรื่องขำขำ (Jokes) คำคม (Quote of the Day) เกร็ดน่ารู้ (Tip of the Day) ดวงชะตา (Horoscope) รูปเด็ด (Pictures of the Day) ThaiNewsLand Online TV
ได้รับความนิยมที่สุด
จดหมายข่าว
Get each new article from
Pataya News & Blogs Report
Your email:
Tags
ข่าวล่าสุด
“อัลบา ซิกน่า” ซิกเนอร์เจอร์แห่งสปอร์ตวอท์ชชุดว่ายน้ำ คอลเล็คชั่นสวยๆจาก Sauvage swimwear Spring 2010หายประชวร ในหลวงฟื้นฟูวรกายตามคาด! ศาลเขมรสั่งขัง “ศิวรักษ์” 7 ปี ปรับ 1 แสนบาทSolvil et Titus TIME IS LOVEคนทรงบอก"ไมเคิล แจ๊กสัน"กำลังปรับตัวกับชีวิต"วิญญาณ"-น้อยใจ ไม่ได้ถูกฝังร่างใกล้ศพ"มาริล“ฟลุค” ป้อง “แพง” หึงหลุดด่า “โบวี่” อีหน้าศัลยกรรม พร้อมย้ำโนรีเทิร์นฮุนเซนเชิญแม้ว มาแน่12พ.ย. ประชุมเศรษฐกิจสาวร้องปวีณา ผอ.รพ.ดัง ทำร้ายกร้อนผมพ่อ "เจที" ค้าโคเคน ถูกสื่อดังล่อซื้อหลักฐานมัดแน่น


