Home RSS

ภาษี.. พาเสีย (อารมณ์..!)

Dailynews 11.08.2009 08:39
ภาษี.. พาเสีย (อารมณ์..!) - ภาษี


เพื่อนเก่าคนหนึ่งชื่อ สุรพล เปิดบ้านเป็นร้านขายของชำเล็ก ๆ แบบที่คนกรุงเทพฯ เรียกว่าโชห่วย อยู่ในหมู่บ้านต่างอำเภอของภาคอีสานมานานหลายปีแล้ว



ชุมชนที่ สุรพล อยู่ ไม่ถึงกับกันดารไกลปืนเที่ยง แต่ก็ไม่ได้รุ่งเรืองขนาดที่จะมีร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงมาเปิดเป็นคู่แข่ง

ลูกค้าจำนวนไม่น้อยเป็นประเภท เซ็นไว้ก่อน รอมาจ่ายตอนสิ้นเดือน หรือไม่ก็ ชักดาบ หนีไปเซ็นร้านอื่น ไม่มาให้เห็นหน้ากันอีกเลย..

สุรพล เล่าว่า ตอนแรกสรรพากรมานั่งเฝ้าหน้าร้านอยู่สองวันเต็ม ๆ แล้วประเมินว่ามีรายได้เดือนละ 50,000 บาท เจรจาต่อรองกันในที่สุดลดลงมาเหลือ 10,000 บาท และเขาต้องเสียภาษีแบบเหมาจ่ายปีละ 1,600 บาท ขณะที่ร้านอื่น ๆ ในหมู่บ้าน ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ส่วนใหญ่จ่ายแค่ปีละ 400..!

ฟัง สุรพล เล่ามาถึงตรงนี้ เพื่อน ๆ ก็กำลังจะอ้าปากร่วมวงบริภาษสรรพากรด้วยหัวอกอันเดียวกัน..

แต่ประโยคที่เพื่อนเจ้าของร้านชำเล็ก ๆ นอกตัวอำเภอห่างไกล เอ่ยตามออกมา เล่นเอาอึ้งไปทั้งวงสนทนา..

สุรพล บอกว่า เราก็ให้เขาไปปีละพันหก พอจ่ายได้ คิดว่าช่วยประเทศชาติ..!!!

ถ้ามีการสำรวจจัดอันดับหน่วยงานราชการที่ประชาชนเกลียดที่สุด ต้องยอมรับว่า สรรพากร น่าจะมาเป็นอันดับต้น ๆ แต่ถ้าเอาหลักธรรมาภิบาลมาจับ สงสัยสรรพากรจะหนีไม่พ้นสอบตกได้อันดับบ๊วย ๆ แน่นอน

แม้ประชาชนจะตระหนักดีว่า เงินภาษีอากรที่เราจ่ายไปนั้น ก็เพื่อนำไปพัฒนาชาติบ้านเมือง แต่ก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ทีคนอื่นมันรวยกว่าเรา มันกอบโกยมากกว่าเรา กลับมีช่องทางยกเว้นภาษีได้มากมาย..

นอกจากกฎหมายยกเว้นภาษีให้คนกลุ่มโน้นกลุ่มนี้ เช่นที่อ้างว่า เพื่อสนับสนุนการส่งออก , เพื่อส่งเสริมการลงทุนในตลาดหุ้น , ส่งเสริมการออม , เพื่อจูงใจต่างชาติเข้ามาลงทุน ฯลฯ แล้ว

หลายครั้งเราได้เห็นช่องโหว่ที่ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ ใช้วิจารณญาณ รู้เห็นเป็นใจ รีดไถเอาจากคนบางกลุ่ม แต่ก็ทำเอาหูไปนาเอาตาไปไร่กับอีกกลุ่ม เลยยิ่งทำให้จงเกลียดจงชังสรรพากรมากขึ้น..

กรณีของภาษีที่เก็บจากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ เป็นตัวอย่างของข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่ไร้ประสิทธิภาพ ขาดความเป็นธรรม และขัดต่อหลักธรรมาภิบาล อย่างชัดเจนที่สุด

กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่มีรายได้จากดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี ได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งเท่ากับว่าในภาวะที่ดอกเบี้ยออมทรัพย์เพียง 0.5 % ต่อปีเช่นนี้ ต้องมีเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์ถึง 4 ล้านบาท จึงจะต้องเสียภาษี

แต่สรรพากรก็รู้ดีว่ากฎหมายมีช่องโหว่ ที่คนอาจจะแยกเงินฝากออกเป็นหลายบัญชี หลายธนาคาร เพื่อไม่ให้แต่ละบัญชีมีดอกเบี้ยถึง 20,000 บาท จะได้ไม่ต้องเสียภาษี

สรรพากรจึงสั่งให้ธนาคารพาณิชย์หักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยไว้ทุกบัญชี แล้วให้เจ้าของเงินมาขอคืนภาษีภายหลัง

Source



Add your comment
  Anonymous comment
Nickname:
Password:
  Remember me on this computer

Title:
Send me by email any answer to my comment
Send me by email every new comment to this article